หลังปราบก๊กเจ้าพระฝางราบคาบ วางกำลังแม่ทัพนายกองในเมืองเหนือแล้ว สถานการณ์การเมืองทำให้วงการศาสนามัวหมอง พระเจ้าตากทรงหันมาชำระพระศาสนา
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับหมอปรัดเล กล่าวถึงตอนนี้ว่า
ในวันนั้น ให้นิมนต์พระสงฆ์เมืองเหนือ มาพร้อมกันหน้าพระที่นั่ง และให้หาขุนนางทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยมาประชุมเฝ้าพร้อมกัน จึงดำรัสปรึกษาว่า
พระสงฆ์บรรดาอยู่ฝ่ายเหนือนี้ เป็นพรรคพวกอ้ายเรือนพระฝางทั้งสิ้น ย่อมถืออาวุธและปืน รบศึกฆ่าคน ปล้นเอาทรัพย์สิ่งของ และกินสุราเมรัย ส้องเสพอนาจารด้วยสีกา ต้องจตุปาราชิกาบัติ ล้วนลามก
จะละไว้ให้คงอยู่ในสมณเพศฉะนี้มิได้
อนึ่ง สงฆ์ฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ก็จะแปลกปลอมปะปนกันอยู่ มิรู้ว่าองค์ใดดี องค์ใดชั่ว...
ให้พระสงฆ์ให้การไปแต่ตามสัตย์จริง ถ้าได้ทำผิดในจตุปาราชิกแต่ประการใดประการหนึ่ง จะพระราชทานผ้าคฤหัสถ์ให้ผลัดสึก ออกทำราชการ
ที่ไม่รับนั้น จะให้พิสูจน์สู้นาฬิกาสามกลั้น แม้นชนะแก่นาฬิกาได้ จะให้เป็นอธิการและพระครู ราชาคณะฝ่ายเหนือโดยสมควรแก่คุณธรรมที่รู้
แม้แพ้แก่นาฬิกา จะให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยนแล้วสักข้อมือ มิให้บวชได้อีก
แม้เสมอนาฬิกา จะถวายผ้าไตรให้บวชใหม่
ถ้าแต่เดิมไม่รับ ครั้นจะให้ลงดำน้ำพิสูจน์แล้ว ก็กลับคืนคำว่าได้ทำผิด จะให้ลงพระราชอาชญา ประหารชีวิตเสีย
อนึ่ง พระสงฆ์จะลงดำน้ำนั้น ให้ตั้งศาลกั้นม่านดาดเพดานผ้าขาว แต่งเครื่องพลีกรรมเทพยดาพร้อมแล้ว จึงทรงพระสัตยาธิษฐานให้พระบารมีนั้นช่วยอภิบาลบำรุงรักษาพระสงฆ์ทั้งปวง
ถ้าภิกษุองค์ใดมิได้ขาดจากสิกขาบทจตุปาราชิก ขอให้บารมีของเรา และอานุภาพเทพยดาอันศักดิ์สิทธิ์ จงมาเป็นสักขีพยานช่วยรักษาอภิบาล บำรุงรักษาพระผู้เป็นเจ้าองค์นั้น
อย่าได้แพ้แก่นาฬิกาได้
ถ้าภิกษุรูปใดถึงซึ่งศีลวิบัติแล้ว เทพเจ้าจงสังหารให้แพ้ แก่นาฬิกา เห็นประจักษ์แก่ตาชาวโลก
แล้วเสด็จทรงพระเก้าอี้อยู่บนที่หาดทราย ให้พระสงฆ์ลงดำน้ำพิสูจน์ตัวต่อหน้าพระที่นั่ง
ครั้งนั้นพระสงฆ์ที่ศีลบริสุทธิ์ ก็ชนะแก่นาฬิกาบ้าง เสมอบ้าง
ที่ทุศีลก็แพ้แก่นาฬิกาเป็นอันมาก
ผ้าไตรที่พระสงฆ์พวกแพ้ต้องสึกนั้น ให้เผาเป็นสมุกไปทาพระมหาธาตุเมืองสวางคบุรี แล้วทรงพระกรุณาให้เย็บผ้าจีวรสบงให้ได้พันไตร
ดำรัสรับสั่งให้สังฆการีลงมาอาราธนาพระราชาคณะและพระสงฆ์อันดับ ณ กรุงธนบุรี 50 รูปขึ้นไป บวชพระสงฆ์ไว้ ณ หัวเมืองเหนือทุกๆเมือง
อ่านพงศาวดารตอนนี้แล้ว ก็พอเข้าใจ กระบวนการยุติธรรมยุคสมัยนั้น ยังไม่เข้มแข็งมั่นคง ต้องพึ่งพาเทพยดาอารักษ์
คนสมัยใหม่อาจไม่แน่ใจ เทพยดาที่ว่านั้น จะสร้างความยุติธรรมได้สักกี่มากน้อย
แต่เรื่องอย่างนี้ ถ้าเชื่อมั่นกันเสียแล้ว เรื่องก็จบลงได้ ไม่เหลือให้หวาดระแวงแคลงใจ เหมือนระบบยุติธรรมบางยุคบางสมัย ที่โอนเอนไปตามอำนาจทางการเมือง.
วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น